Hi from Jai: sign up to our monthly newsletter

ร่วมเป็นผู้รับข่าวสารจากเรา

First Name
Last Name
Email
Banner bg

Donate & Make a Difference To a dogs Life Today!

เชิญร่วมบริจาค

100% of your donation is spent on what matters most: transforming lives of dogs in need

ประวัติของเรา

Our story
Content banner
A small team with big ideas

ทีมงานเล็ก ๆ กับความคิดที่ยิ่งใหญ่

เราอาจเป็นกลุ่มที่ทำงานการกุศลเล็ก ๆ แต่เราก็เป็นเสียงให้กับสุนัขหมื่น ตัวในประเทศไทย ในช่วงเวลาสั้น ที่เราเข้ามาดำเนินงานนี้ เรารู้สึกภูมิใจที่สามารถปรับเปลี่ยนชีวิตของสุนัขจรจัดได้เป็นจำนวนนับไม่ถ้วน และนำพวกเขาออกมาจากสิ่งแวดล้อมที่ย่ำแย่ ไปสู่อนาคตที่ปลอดภัยและมีความสุข 

Thanks to your support, we’re working hard to create thousands more ‘happily ever afters’ for those strays who are still waiting for our help. With your help, we can change their story forever.

Read on to learn more about our roots, our beginnings, and the journey we’ve been on since we first started out >>

Content banner
Our roots

ที่มาของเรา

บริเวณพื้นที่รอบ อุทยานเขาใหญ่ ซึ่งโด่งดังทั้งวัดวาอาราม น้ำตก และช้าง มีที่ดินผืนหนึ่ง มีชื่อว่า เดอะ บองจาเดง ฟาร์ม ประกอบด้วยไร่มะม่วง นาข้าว และป่าไผ่ อันเป็นพื้นที่ ผู้ดูแลที่ยอดเยี่ยมของเราคือ พิม เธอได้ตั้งชื่อฟาร์มนี้ตามชื่อ บอนนี่ สุนัขสุดที่รักของเธอ 

ก่อนที่ผลไม้จะเริ่มงอกงาม ก็มีสุนัขตัวหนึ่งพลัดหลงเข้ามา พิมตั้งชื่อสุนัขตัวนี้ว่า มาน  จึงรับเข้ามาอยู่ในพื้นที่นี้ กว่าจะถึงเวลาที่มะม่วงรุ่นแรกโตพร้อมจะเก็บได้ ก็มีสุนัขจรจัดอีกหลายสิบตัวเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ฟาร์มแห่งนี้ และดูพวกเขามีความสุขที่มีที่ปลอดภัย มีอาหารให้กิน และมีที่ร่มเย็น ให้หลบความร้อนระอุได้อีกด้วย 

Content banner
A meeting of minds

ใจตรงกัน

เมื่อฟาร์มของพิมเกิดใหม่ กลายมาเป็นที่พักพิงสุนัข และใจดอก เรสคิว (บองจาดง ดอก เรสคิว ในช่วงนั้น) โดยปักหลักที่ประเทศไทยนั้น  พิมทราบดีว่าการทำงานกุศลอันนี้นั้น จะต้องทำอะไรมากกว่าการทำให้คนรู้ถึงปัญหาของสุนัขจรจัด เพราะสุนัขที่ได้รับการพักพิงที่ฟาร์มแห่งนี้ ไม่ได้มีจำนวนมากนัก อีกเป็นจำนวนพัน ตัวยังคงอยู่ตามท้องถนนแถวนี้ และทุก วัน พวกเขาจะต้องต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอดอยู่ได้ 

โชคดีของเธอที่ได้มารู้จักคน หนึ่งที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือเธอ ก่อนหน้าที่จะมี บองจาดงนั้น พิมเดินทางไปเรียนภาษาอังกฤษที่กรุงลอนดอน อันเป็นเมืองที่เธอได้มารู้จักกับเจมส์ เมื่อคุยกันครั้งแรกเพียงไม่กี่นาที ก็ปรากว่าทั้งสองคนมีใจตรงกัน ในเรื่องความรักและความผูกพันที่ทั้งสองมีให้แก่สุนัข จึงเริ่มผลัดกันเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสุนัขของตน เมื่อเจมส์ทราบถึงเรื่องฟาร์ม และความตั้งใจอันหนักแน่นของพิม เขาจึงตั้งอกตั้งใจให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ความตั้งใจดังกล่าว หนักแน่นยิ่งขึ้นเมื่อเขาเดินทางมาประเทศไทย และได้เห็นปัญหา และมองเห็นโอกาสที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้  

Content banner
Turning up the volume

งานเริ่มขยายตัว

ในช่วงเดือนแรก ๆ เป็นช่วงที่เจมส์กำลังเริ่มจัดตั้งไน้ท์คลับชื่อ มินนิสตรี่ ออฟ ซาวนด์ ซึ่งก็ไม่ต่างกับการเริ่มธุรกิจใหม่ทั่ว ไป โดยเฉพาะธุรกิจไน้ท์คลับ ช่วงปีแรก ค่อนข้างยุ่งยาก และด้วยการสนับสนุนที่พิมมอบให้ อย่างความใจเย็น อันมาจากพื้นฐานคำสอนของพระพุทธเจ้า ช่วยให้เจมส์สามารถผ่านพ้นช่วงงานหนัก ที่ดึกดื่น และความกังวลได้เป็นอย่างดี 

เมื่อมินนิสตรี่ ออฟ ซาวนด์ กลายเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก พิมก็ได้ซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นที่นครนายก เพือขยายพื้นที่พักพิงสุนัข ได้สร้างบ้าน และโครงสร้างพื้นฐาน ทุกอย่างจึงเริ่มชัดเจนขึ้นสำหรับทั้งพิมและเจมส์ ว่าเขามีโอกาสที่จะให้ความช่วยเหลืออันยั่งยืนได้ และนี่คือจุดกำเนิดงานการกุศลแห่งนี้ 

นขณะเดียวกัน ที่กรุงลอนดอน ไม้ค์ ซึ่งทำงานด้านไอทีที่มินนิสตรี่ ออฟ ซาวนด์ และเป็นพาร์ตไทม์ดีเจ ก็เป็นคนที่รักสัตว์ เมื่อปี พ.ศ.2558 หลังจากเดินทางมาเป็นดีเจที่เกาะพงัน  ชีวิตของเขาจึงเปลี่ยนไป  

Content banner
From DJ to dog rescuer

จากดีเจ กลายมาเป็นคนช่วยสุนัข

เช้าวันหนึ่ง หลังงานเลิก ขณะที่ไม้ค์กำลังเดินเล่นอยู่บนชายหาด ก็ได้ไปพบกับซูซี่ และหลงรักเธอในทันใด ซูซี่น่าสงสารมาก เพิ่งจะสูญเสียนัยตาข้างหนึ่งจากการกัดกันกับสุนัขอีกตัวหนึ่ง ตาอีกข้างหนึ่งก็เป็นต้อ เธอทั้งอ่อนเพลียและหิวโหย และคงไม่รอดหากยังอยู่บนชายหาด ไม้ค์จึงพาเธอกลับมาบ้าน และให้มาอยู่กับเขาที่กรุงลอนดอน 

หลังจากได้ยินเรื่องราวนี้ พิมกับเจมส์รู้ทันทีว่าไม้ค์เป็นผู้ที่เหมาะที่สุด ที่จะมาช่วยให้งานการกุศลอันนี้เดินหน้าต่อไป การที่ได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับสุนัขจรจัดในประเทศไทย ทำให้เจมส์ พิม และไม้ค์ อยากทำให้สถานการณ์แบบนี้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นให้ได้ ไหน ก็มีสถานที่พักพิงสำหรับสุนัขจรจัดและสุนัขที่บาดเจ็บอยู่แล้ว พวกเขาก็อยากทำให้ครบวงจร เช่นการจัดหาอาหาร ฉีดวัคซีน และเปิดคลีนิคฉีดวัดซีนทัวประเทศ 

ไม้ค์จึงจัดกระเป๋า เลิกลาชีวิตในกรุงลอนดอนและย้ายมาประเทศไทย และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ ใจดอก เรสคิ

Content banner
We've come a long way...

เรามาได้ไกล

สองปีแรกที่เราเริ่มก่อตั้งงานการกุศลนี้ ด้วยการจัดหาพนักงาน สร้างกรงสุนัข ทำความเข้าใจในวิถชีวิตของท้องถิ่น การติดต่อกับหน่วยราชการ การตรวจสอบจำนวนสุนัข การทำหมันและฉีดวัซีน สร้างความสัมพันธ์กับวัดต่าง ในท้องถิ่น ซึ่งเป็นศูนย์รวมการดำเนินชีวิตของคนไทย และในเวลาไม่กี่ปีเราก็สามารถเดินหน้าไปได้ไกลพอสมควร 

ปัจจุบันเราได้ทำหมันให้กับสุนัขแล้วกว่า 3,000 ตัว และสามารถช่วยเหลือหาบ้านพักให้เขาได้อีกหลายร้อยตัว นอกจากนั้น ศูนย์พักพิงของเราก็มีความมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่เราพัฒนาไปสู่ระดับโลก รวมทั้งสนามวิ่งเล่นสำหรับสุนัข สถานที่กักกันและคลีนิค เรามุ่งมั่นที่จะทำให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

ใจดอก เรสคิวที่เห็นวันนี้ ได้เดินมาสู่จุดนี้ได้อย่างเหลือเชื่อ นับจากความคิดที่เริ่มมาจากความสงสาร เห็นอกเห็นใจสุนัขเหล่านี้ และความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับปัญหาที่หนักหนาสาหัสต่าง ๆ จนมาถึงงานการกุศลที่ท่านเห็นทุกวันนี้ และเราก็มีความภูมิใจที่เรามาถึงจุดนี้ได้ 

Content banner
...But our story's just beginning

...งานเรายังแค่ขั้นเริ่มต้น

งานของเรายังต้องเดินหน้าต่อไปอีกนาน ทุก วันสุนัขจรจัดนับแสน ตัวยังมีความทุกข์ทรมานจากการดำเนินชีวิตตามท้องถนน ขาดอาหาร มีโรคภัย อุบัติเหตุ และการถูกทำร้าย ในเวลาเพียงอีกไม่กี่เดือนก็จะมีสุนัขเกิดมาอีกนับล้าน ตัว ที่จะต้องมาสู่วงจรชีวิตอันปวดร้าว และส่วนใหญ่ก็จะไม่ได้มีชีวิตอยู่นาน  

เราจึงมีความมุ่งมั่นกับงานของเราที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาจนกว่าปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ด้วยความช่วยเหลือจากผู้ที่ให้การสนับสนุนเรา ทำให้สามารถเดินงานต่อไปได้มากขึ้น ดีขี้น และทำการเปลี่ยนแปลงได้มากยิ่งขึ้น งานของเราเพิ่งจะเริ่ม และเราก็จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ชีวิตของเหล่าสุนัขจรจัดที่หวังพึ่งเรามีความสุข

คุณจะมาร่วมกับเราไหม? 

Content banner
Content banner
Content banner
Content banner
Content banner
Content banner
Content banner
มาทาํ การสาํ รวจฟาร์ม

Explore The Farm

So much more than a stray dog shelter, we are immensely proud of the safe-haven we have created here in the heart of Thailand.

We invite you to take a look around the sanctuary we affectionately refer to as: The Farm.

Meet the Jai Dogs

There are over 80 dogs who call The Farm home. Some are with us for only a few months while they wait to find their forever adoptive home. Others live with us here forever, safe in the knowledge that they’ll always be a part of the Jai Dog family. Your support makes that possible.

Meet the Jai Dogs

There are over 80 dogs who call The Farm home. Some are with us for only a few months while they wait to find their forever adoptive home. Others live with us here forever, safe in the knowledge that they’ll always be a part of the Jai Dog family. Your support makes that possible.